ภูเก็ตในตัวเลข 2569: สร้างเท่าไร ขายได้เท่าไร และราคาต่อตารางเมตรเป็นอย่างไร
สารบัญ
ไปยังหัวข้อหลักของบทความอย่างรวดเร็ว
- สรุปสั้น
- ภูเก็ตสร้างเท่าไร และขายได้เท่าไร
- take-up rate คืออะไร และบอกอะไรได้บ้าง
- ราคาต่อตารางเมตรในภูเก็ตปี 2569 อยู่ที่เท่าไร
- ทำไมราคาอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตจึงไม่ลดลง แม้การแข่งขันจะสูง
- โครงการใหม่กระจุกตัวอยู่ที่ใด
- ใครเป็นผู้เช่า และข้อมูลการท่องเที่ยวบอกอะไร
- โครงการโครงสร้างพื้นฐานใดจะมีผลต่อตัวเลขเหล่านี้ และเมื่อใด
- วิลล่าหรือคอนโดมิเนียม: ผู้ซื้อได้เปรียบตรงไหน
- สรุปสำหรับผู้ซื้อ
- แหล่งข้อมูล (TH)
ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรของคอนโดมิเนียมในภูเก็ตปี 2568 อยู่ที่ 149,070 บาท และคาดการณ์ปี 2569 ที่ 150,000 บาท ในปีเดียวกันผู้ซื้อรับโอนยูนิตมากกว่าที่ผู้พัฒนาโครงการเปิดขายใหม่ คือ 8,372 ยูนิต เทียบกับ 7,636 ยูนิต ส่วนตลาดวิลล่าเป็นภาพตรงข้าม สินค้าคงเหลือสะสมระบายช้า ผู้ซื้อจึงมีตัวเลือกกว้างกว่า
ด้านล่างคือข้อมูลของ Colliers Thailand เกี่ยวกับภูเก็ตปี 2568 พร้อมประมาณการปี 2569 และในแต่ละหัวข้อมีความเห็นของ Undersun Estate ว่าตัวเลขเหล่านี้มีความหมายอย่างไรกับผู้ที่กำลังเลือกซื้อ
สรุปสั้น
- คอนโดมิเนียม ปี 2568: ขายได้ 8,372 ยูนิต เปิดขายใหม่ 7,636 ยูนิต ปี 2569 คาดอุปสงค์ 8,000 ยูนิต และเปิดขายใหม่ราว 6,000 ยูนิต
- จุดสูงสุดของการเปิดโครงการคือปี 2567 ที่ 15,516 ยูนิต จาก 56 โครงการ
- วิลล่า ปี 2568: เปิดขายใหม่ 1,100 หลัง ขายได้ 1,080 หลัง ปี 2569 คาด 800 และ 900 หลัง
- อัตราการดูดซับ (take-up rate): คอนโดมิเนียม 64.9% คาดการณ์ 65% วิลล่า 50.16% คาดการณ์ 45.13%
- ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร: 149,070 บาทในปี 2568 และ 150,000 บาทตามประมาณการปี 2569
- ราคาที่ดินภูเก็ตระหว่างปี 2547–2567 เพิ่มขึ้น 647% เฉลี่ยปีละ 10.58%
ภูเก็ตสร้างเท่าไร และขายได้เท่าไร
ปี 2567 เป็นปีที่เปิดโครงการมากที่สุด คือ 15,516 ยูนิตจาก 56 โครงการ ตามการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวหลังโควิดและความสนใจของนักลงทุนในสินทรัพย์ปล่อยเช่า
ปี 2568 การเปิดขายใหม่ลดลงครึ่งหนึ่ง เหลือ 7,636 ยูนิต Colliers คาดการณ์ปี 2569 ไว้ที่ราว 6,000 ยูนิต
อุปสงค์ยังสูงกว่าอุปทานใหม่ ปี 2568 ผู้ซื้อรับโอน 8,372 ยูนิต ขณะที่เปิดขายใหม่ 7,636 ยูนิต ส่วนต่าง 736 ยูนิตจึงมาจากสินค้าคงเหลือสะสม ปี 2569 Colliers คาดอุปสงค์ 8,000 ยูนิตต่ออุปทานใหม่ราว 6,000 ยูนิต ช่องว่างจะกว้างขึ้น
ฝั่งวิลล่า การเปิดขายใหม่ลดลงเร็วกว่า จาก 2,126 หลังในปี 2567 เหลือ 1,100 หลังในปี 2568 และคาดการณ์ 800 หลังในปี 2569 ยอดขายปี 2568 อยู่ที่ 1,080 หลัง ประมาณการอุปสงค์ปี 2569 อยู่ที่ 900 หลัง
สิ่งที่ผู้ซื้อได้จากตัวเลขนี้ ในตลาดคอนโดมิเนียม สินค้าคงเหลือกำลังลดลง เพราะขายได้มากกว่าที่เปิดใหม่ Undersun Estate เห็นการชะลอตัวจากการประกาศเปิดโครงการด้วย เดิมมีโครงการใหม่ประกาศเกือบทุกเดือน ปี 2569 เหลือประมาณไตรมาสละครั้ง อีกสองถึงสามปีข้างหน้าตัวเลือกในกลุ่มโครงการใหม่จะแคบลง สาเหตุหนึ่งคือที่ดินที่คุ้มค่าต่อการพัฒนาเหลือน้อยลงและมีราคาสูงขึ้น ซึ่งอธิบายไว้ด้านล่าง ฝั่งวิลล่าอุปทานใหม่ลดลงเช่นกัน แต่ยอดขายเดินช้ากว่า สินค้าคงเหลือสะสมจึงยังอยู่และตัวเลือกยังกว้าง
take-up rate คืออะไร และบอกอะไรได้บ้าง
take-up rate คือสัดส่วนของที่อยู่อาศัยที่นำออกสู่ตลาดแล้วมีผู้ซื้อ Colliers ประเมินคอนโดมิเนียมภูเก็ตไว้ที่ 64.9% ในปี 2568 และคาดการณ์ 65% ในปี 2569 ส่วนวิลล่าอยู่ที่ 50.16% ในปี 2568 และคาดการณ์ 45.13%
ฝั่งคอนโดมิเนียมตัวเลขขยับขึ้นในรอบปี ฝั่งวิลล่าปรับลดลง
Colliers ระบุสถานการณ์วิลล่าไว้ตรงไปตรงมาว่าอุปทานเดินนำความสามารถในการดูดซับของตลาด และคาดว่าการฟื้นตัวจะยังไม่เกิดขึ้นในระยะอันใกล้ ทั้งยังระบุว่าผู้พัฒนาโครงการระดับแนวหน้า ซึ่งเป็นบริษัทระดับประเทศที่มีประวัติการส่งมอบยาวนาน มียอดขายดีกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด
ความเห็นของเรา ความต่างระหว่างสองกลุ่มสินค้าคือสาระสำคัญที่สุดจากสถิติปี 2568 ตลาดคอนโดมิเนียมเข้าสู่สมดุลและกำลังระบายสินค้าคงเหลือ ส่วนตลาดวิลล่าผู้ซื้อมีตัวเลือกกว้าง สินค้ามีจำนวนมาก ระบายช้า และการหาเงื่อนไขที่เหมาะกับตัวเองเป็นเรื่องที่ทำได้จริง
ราคาต่อตารางเมตรในภูเก็ตปี 2569 อยู่ที่เท่าไร
ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรของคอนโดมิเนียมภูเก็ตอยู่ที่ 149,070 บาทในปี 2568 และ Colliers คาดการณ์ปี 2569 ไว้ที่ 150,000 บาท
อัตราการเติบโตในรอบปีอยู่ที่ 0.6%
ตัวเลขนี้สะท้อนภาพรวมทั้งตลาด ตั้งแต่โครงการระดับราคาประหยัดในพื้นที่ตอนในของเกาะ ไปจนถึงโครงการระดับพรีเมียมติดชายหาด จึงไม่ได้บอกราคาของโครงการใดโครงการหนึ่ง
ราคาเริ่มต้นของที่อยู่อาศัยแต่ละประเภทเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ข้อมูลจาก Undersun Estate ณ เดือนสิงหาคม 2569:
| ประเภท | ราคาเริ่มต้น |
|---|---|
| สตูดิโอในคอนโดมิเนียม | 3–3.5 ล้านบาท พื้นที่ตอนในของเกาะเริ่มที่ 2.7 ล้านบาท |
| บ้านพร้อมที่ดิน | เริ่ม 5.85 ล้านบาท |
| วิลล่า | เริ่ม 13 ล้านบาท |
ตัวเลขฝั่งบ้านมาจากดีลจริง เดือนสิงหาคม 2569 พฤกษาเปิดโครงการในอำเภอถลางให้ผู้ซื้อชาวต่างชาติ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 4.75 ล้านบาท ภายในเวลาสองสัปดาห์เศษบ้านในระดับราคานั้นจำหน่ายหมด ราคาเริ่มต้นขยับเป็น 5.85 ล้านบาท ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นก่อนเริ่มโฆษณาในวงกว้าง บ้านพร้อมที่ดินส่วนตัวในงบประมาณระดับนี้มีให้เลือกไม่มากในภูเก็ต
ความเห็นของเรา นอกจากราคา ควรดูเงื่อนไขอื่นของดีลและสิทธิประโยชน์จากผู้พัฒนาโครงการด้วย:
- ผ่อนชำระปลอดดอกเบี้ยตามงวดการก่อสร้าง และความเป็นไปได้ในการจัดตารางชำระเงินเฉพาะราย
- ความเป็นไปได้ในการผ่อนชำระต่อเนื่องหลังส่งมอบโครงการ
- วีซ่าเพื่อการลงทุนระยะ 1 ปี ที่ผู้พัฒนาโครงการออกค่าใช้จ่ายให้
- ชุดเฟอร์นิเจอร์
รายละเอียดต่างกันไปในแต่ละโครงการ จึงควรพูดคุยให้ชัดเจนก่อนวางเงินจอง
ทำไมราคาอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตจึงไม่ลดลง แม้การแข่งขันจะสูง
ต้นทุนการก่อสร้างบนเกาะสูงขึ้น ที่ดินแพงขึ้น และแปลงที่ดินที่คุ้มค่าต่อการพัฒนาเหลือน้อยลง ทำเลต้องดีทั้งสำหรับการอยู่อาศัยหรือการปล่อยเช่า และต้องผ่านข้อกำหนดด้านการก่อสร้าง ทั้งหมดนี้เป็นตัวกำหนดราคา
Colliers เผยแพร่ราคาที่ดินอ้างอิงปี 2568 หนึ่งไร่เท่ากับ 1,600 ตารางเมตร คอลัมน์ราคาต่อตารางเมตรเป็นการคำนวณของเราเอง
| ทำเล | บาทต่อไร่ | บาทต่อ ตร.ม. |
|---|---|---|
| กมลา | 40–100 ล้าน | 25,000–62,500 |
| กะรน — กะตะ | 25–80 ล้าน | 15,600–50,000 |
| ป่าตอง | 30–70 ล้าน | 18,750–43,750 |
| บางเทา | 20–45 ล้าน | 12,500–28,125 |
| ไม้ขาว | 20–45 ล้าน | 12,500–28,125 |
| ราไวย์ | 20–45 ล้าน | 12,500–28,125 |
| เมืองภูเก็ต | 10–20 ล้าน | 6,250–12,500 |
ตลอดยี่สิบปีระหว่างปี 2547 ถึง 2567 ราคาที่ดินภูเก็ตเพิ่มขึ้น 647% เฉลี่ยปีละ 10.58% สำหรับที่ดินทำเลชั้นดีฝั่งตะวันตก Colliers ระบุการเติบโตปีละ 5–8% ในรอบสิบปีที่ผ่านมา
โครงการใหม่กระจุกตัวอยู่ที่ใด
โครงการใหม่กระจุกตัวอยู่ฝั่งตะวันตกของเกาะ การเปิดขายคอนโดมิเนียมปี 2568 แบ่งเป็น North West 33%, South West 28%, Central South 24%, Central North 8% และ South 6%
ปี 2567 บางเทาเพียงทำเลเดียวคิดเป็น 44% ของโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ทั้งเกาะ Colliers เรียกทำเลนี้ว่าเป็นแกนหลักของอุปสงค์
ฝั่งวิลล่าภาพต่างออกไป เกือบครึ่งของการเปิดขายปี 2568 คือ 49% อยู่ในโซน Central North และอีก 24% อยู่ใน North West ทำเลที่ผู้ซื้อสนใจมากที่สุดตามข้อมูลของ Colliers ได้แก่ บางเทา เชิงทะเล ราไวย์ และฉลอง โดยธุรกรรมส่วนใหญ่อยู่ในช่วงราคาไม่เกิน 30 ล้านบาท
ความเห็นของเรา บางเทาให้ความต้องการเช่าที่คาดการณ์ได้และสภาพคล่องเมื่อขายต่อ ขณะเดียวกันยูนิตของคุณก็แข่งขันกับยูนิตลักษณะใกล้เคียงอีกหลายร้อยแห่งเพื่อหาผู้เช่า พื้นที่ตอนกลางของเกาะมีราคาเริ่มต้นต่ำกว่า และอุปสงค์มาจากผู้ที่พำนักในภูเก็ตตลอดทั้งปี
การวิเคราะห์ทำเลของเกาะ ทั้งลักษณะพื้นที่ ผลตอบแทนค่าเช่า และการเติบโตของราคา อยู่ในแผนที่การลงทุนภูเก็ตของเรา
ใครเป็นผู้เช่า และข้อมูลการท่องเที่ยวบอกอะไร
Colliers คาดการณ์จำนวนผู้มาเยือนภูเก็ตปี 2569 ไว้ที่ 13.8 ล้านครั้ง ลดลง 2.27% จากปีก่อน ไตรมาสแรกของปี 2569 เป็นไปในทิศทางเดียวกัน อยู่ที่ 3,815,511 ครั้ง ลดลง 1.93% เทียบปีต่อปี แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2,740,612 คน ลดลง 2.58% และนักท่องเที่ยวในประเทศ 1,074,899 คน ลดลง 0.23%
ขณะเดียวกันทั้งค่าใช้จ่ายและระยะเวลาพำนักเพิ่มขึ้น ผู้มาเยือนพักเฉลี่ย 7.67 คืน มากกว่าปีก่อน 14%
สัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2568: รัสเซีย 28.6% จีน 26.8% ออสเตรเลีย 12.2%
Colliers ระบุว่าอุปสงค์ที่อยู่อาศัยในภูเก็ตกระจุกตัวอยู่ในไม่กี่ประเทศต้นทาง
ความเห็นของเรา ผู้มาเยือนเดินทางถี่น้อยลง แต่พำนักนานขึ้นและใช้จ่ายมากขึ้น ยิ่งพำนักนาน ส่วนของการใช้ชีวิตประจำวันยิ่งสำคัญ ทั้งครัว มุมทำงาน และการซักผ้า สตูดิโอที่ออกแบบมาเพื่อการเข้าพักระยะสั้นจึงเสียเปรียบในการแข่งขันนี้
Undersun Estate เห็นความต้องการสตูดิโอลดลง และความสนใจในห้องขนาดใหญ่ขึ้นเพิ่มขึ้น ผู้พัฒนาโครงการบางรายเริ่มปรับตัวแล้ว สัดส่วนสตูดิโอขนาด 24–30 ตร.ม. ในโครงการลดลง ขณะที่ห้องแบบหนึ่งห้องนอนตั้งแต่ 35 ตร.ม. มีให้เลือกมากขึ้น
โครงการโครงสร้างพื้นฐานใดจะมีผลต่อตัวเลขเหล่านี้ และเมื่อใด
Colliers รวบรวมโครงการโครงสร้างพื้นฐานของเกาะไว้เป็นตารางรายปี พร้อมตั้งคำถามถึงกำหนดการเหล่านั้นเอง โดยหัวข้อสไลด์ถามตรง ๆ ว่าโครงการเหล่านี้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ วันที่ด้านล่างเป็นกำหนดการ ณ เวลาที่เผยแพร่ข้อมูล
| ปี | โครงการ |
|---|---|
| 2569 | ท่าเทียบเรือช่องหลาด อุโมงค์ทางลอดอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี–ท้าวศรีสุนทร ศูนย์การค้า Siam Premium Outlets Phuket |
| 2570 | ขยายท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ระยะที่ 2 ขยายถนน ศูนย์การแพทย์ Songklanagarind Phuket Advanced Medical Center |
| 2571 | โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ภูเก็ต |
| 2572 | ท่าเรือ Andaman Ring Ports ศูนย์กีฬาและความบันเทิงราชธานี |
| 2573 | รถไฟฟ้ารางเบา ระยะที่ 1 ทางด่วนบ้านป่าคลอก–บ้านบางคู |
| 2575 | ท่าอากาศยานอันดามันแห่งใหม่ ท่าอากาศยานเครื่องบินทะเล ระบบโมโนเรล |
| 2576+ | รถรางภูเก็ต |
ความเห็นของเรา โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ทำให้ราคาที่อยู่อาศัยโดยรอบสูงขึ้น ทั้งโรงพยาบาล ศูนย์การค้า และถนนสายใหม่ ล้วนเปลี่ยนมูลค่าของทรัพย์สินในบริเวณนั้น นักลงทุนจึงได้เปรียบหากเข้าซื้อก่อนโครงการเปิดใช้งานและราคาปรับตัว
อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบเป็นรายโครงการ กำหนดการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทยเลื่อนอยู่บ่อยครั้ง และการดำเนินการมักใช้เวลานานกว่าที่ประกาศ
วิลล่าหรือคอนโดมิเนียม: ผู้ซื้อได้เปรียบตรงไหน
| ตัวชี้วัด | คอนโดมิเนียม | วิลล่า |
|---|---|---|
| เปิดขายใหม่ปี 2568 | 7,636 ยูนิต | 1,100 หลัง |
| ขายได้ปี 2568 | 8,372 ยูนิต | 1,080 หลัง |
| ประมาณการเปิดขายใหม่ปี 2569 | ราว 6,000 | 800 |
| ประมาณการอุปสงค์ปี 2569 | 8,000 | 900 |
| take-up rate ปี 2568 | 64.9% | 50.16% |
| ประมาณการ take-up ปี 2569 | 65% | 45.13% |
| ราคาเฉลี่ย | 149,070 บาท/ตร.ม. | ขึ้นกับโครงการ |
ความเห็นของเรา สองกลุ่มสินค้าต้องใช้กลยุทธ์ต่างกัน ฝั่งคอนโดมิเนียม อุปสงค์เดินนำการเปิดขายใหม่ สินค้าคงเหลือลดลง จึงไม่มีเหตุผลให้คาดว่าราคาจะอ่อนตัว ส่วนลดมักพบเป็นรายกรณี โดยเฉพาะยูนิตคงเหลือในอาคารที่สร้างเสร็จแล้วและผู้พัฒนาโครงการต้องการปิดโครงการ ฝั่งวิลล่า อุปทานใหม่ลดลงแต่ยอดขายเดินช้า ผู้ซื้อจึงเลือกจากสินค้าคงเหลือจำนวนมาก และเงื่อนไขของแต่ละหลังพูดคุยกันได้ในรายละเอียด โดยธุรกรรมส่วนใหญ่อยู่ในช่วงราคาไม่เกิน 30 ล้านบาท
ภาพรวมตลาดพร้อมข้อมูลระดับประเทศ อยู่ในบทความตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตในปี 2569
สรุปสำหรับผู้ซื้อ
ราคาต่อตารางเมตรในภูเก็ตปี 2569 ทรงตัว และสองกลุ่มสินค้าเคลื่อนไหวต่างกัน ฝั่งคอนโดมิเนียม อุปสงค์เดินนำการเปิดขายใหม่ ตัวเลือกในกลุ่มโครงการใหม่จะแคบลง ฝั่งวิลล่า สินค้าคงเหลือสะสมเปิดพื้นที่ให้ผู้ซื้อพูดคุยเรื่องเงื่อนไข ขณะที่ต้นทุนการพัฒนาโครงการทำให้ราคาไม่ปรับลดลง
เกาะยังน่าสนใจสำหรับการลงทุน ด้วยหลายปัจจัยประกอบกัน ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 647% ในรอบยี่สิบปี และ Colliers ระบุการเติบโตปีละ 5–8% สำหรับที่ดินฝั่งตะวันตกในรอบสิบปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวเติบโตพร้อมกับค่าใช้จ่ายและระยะเวลาพำนัก มีโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่อยู่ในแผน ทั้งการขยายสนามบิน ถนน โรงพยาบาลขนาดใหญ่สองแห่ง ศูนย์การค้า และระบบราง ซึ่งส่งผลทั้งต่อคุณภาพชีวิตบนเกาะและจำนวนนักท่องเที่ยว ขณะที่อุปสงค์คอนโดมิเนียมยังเดินนำการเปิดขายใหม่ และ Colliers คาดว่าช่องว่างจะกว้างขึ้นในปี 2569
Undersun Estate ทำงานครอบคลุมทั้งเกาะ ทั้งโครงการใหม่และตลาดมือสอง พร้อมฐานข้อมูลทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูเก็ต ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้ง Phuket Property Association เราเห็นแผนการเปิดโครงการของผู้พัฒนาและสถานะยูนิตคงเหลือในแต่ละโครงการ ก่อนที่ข้อมูลเหล่านั้นจะปรากฏในสถิติตลาด แจ้งงบประมาณและความต้องการของคุณมาได้ เราจะส่งรายการทรัพย์พร้อมประมาณการค่าใช้จ่ายรวมของแต่ละตัวเลือก ทั้งภาษี ค่าส่วนกลาง และกองทุนสำรอง
แบบฟอร์มติดต่ออยู่ด้านล่างของหน้านี้
ดูทรัพย์ที่มีอยู่: วิลล่า · คอนโดมิเนียม · บ้านพร้อมที่ดิน
แหล่งข้อมูล (TH)
- Colliers Thailand — ข้อมูลตลาดที่อยู่อาศัยภูเก็ตปี 2568 พร้อมประมาณการปี 2569
คำถามที่พบบ่อย
ราคาอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตปี 2569 จะลดลงหรือไม่
ภูเก็ตมีอุปทานล้นตลาดหรือไม่
ราคาต่อตารางเมตรในภูเก็ตอยู่ที่เท่าไร
ราคาที่ดินในภูเก็ตอยู่ที่เท่าไร
ผู้พัฒนาโครงการในภูเก็ตมีผ่อนชำระหรือไม่
ทำเลใดในภูเก็ตมีโครงการใหม่มากที่สุด
ภูเก็ตจะมีรถไฟฟ้ารางเบาเมื่อใด
Tatiana Korostyleva
ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด (CMO)
Tatiana Korostyleva is a co-founder and the Marketing Director of Undersun Estate. With 6 years in digital marketing and over …