ประเด็นสำคัญ
- ผู้พัฒนาโครงการในภูเก็ตควรจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และมีใบอนุญาตก่อสร้างที่ยังมีผล ใบอนุญาตอาคารชุด และสำหรับโครงการขนาดใหญ่ ต้องมีรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ที่ได้รับอนุมัติ
- ข้อมูลการจดทะเบียนบริษัทตรวจสอบออนไลน์ได้ ระบบข้อมูลสาธารณะของ DBD เปิดให้ทุกคนยืนยันการจดทะเบียนบริษัท รายชื่อกรรมการ และงบการเงินที่ยื่นไว้ (dbd.go.th)
- ประวัติของผู้พัฒนาโครงการสำคัญไม่แพ้เอกสาร ทั้งโครงการที่สร้างเสร็จแล้ว การส่งมอบตรงเวลา และผู้ซื้อที่พร้อมยืนยันความน่าเชื่อถือ
- Undersun Estate ขอเอกสารครบชุดโดยตรงจากผู้พัฒนาโครงการ และตรวจสอบภายในบริษัทสำหรับทุกโครงการก่อนนำเสนอต่อผู้ซื้อ ส่วนกรณีที่ต้องการการตรวจสอบทางกฎหมายเชิงลึก สำนักงานกฎหมายพันธมิตรจะดำเนินการให้ในรูปแบบบริการแยกต่างหาก
ทำไมการตรวจสอบผู้พัฒนาโครงการในภูเก็ตจึงสำคัญจริง ๆ
ประเทศไทยไม่มีทะเบียนกลางของผู้พัฒนาโครงการที่ผู้ซื้อจะค้นหาได้จากที่เดียว ข้อมูลเรื่องการจดทะเบียน ใบอนุญาต และสถานะโครงการ กระจายอยู่ตามหน่วยงานต่าง ๆ ข้อมูลบริษัทอยู่ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า โฉนดที่ดินและการจดทะเบียนอาคารชุดอยู่ที่กรมที่ดิน และการอนุมัติด้านสิ่งแวดล้อมอยู่ที่สผ.
การตรวจสอบใช้หลายขั้นตอนและหลายแหล่งข้อมูล และเป็นขั้นตอนสำคัญของการซื้อที่จัดการอย่างดี ผู้ซื้อทำเองหรือให้บริษัทตัวแทนทำแทนก็ได้ และเมื่อถึงวันลงนามก็รู้ว่ากำลังซื้ออะไรอยู่
ควรขอเอกสารอะไรจากผู้พัฒนาโครงการ
จุดเริ่มต้นของการตรวจสอบผู้พัฒนาทุกครั้งคือหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เอกสารนี้เรียกว่าหนังสือรับรองบริษัท ซึ่งแสดงรายชื่อกรรมการที่จดทะเบียน ผู้ถือหุ้น ทุนจดทะเบียน และวันที่จดทะเบียนจัดตั้ง เอกสารออกเป็นภาษาไทย และควรเป็นฉบับล่าสุด สำเนาที่เก่ากว่าสามถึงหกเดือนควรขอใหม่ เพราะรายชื่อกรรมการและทุนจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงได้ ข้อมูลการจดทะเบียนยังตรวจสอบเพิ่มเติมทางออนไลน์ได้ผ่านคลังข้อมูลสาธารณะของ DBD (datawarehouse.dbd.go.th) ซึ่งใช้งานได้ฟรี
นอกจากนี้ยังต้องยืนยันว่าผู้พัฒนามีใบอนุญาตที่ถูกต้องสำหรับโครงการนั้นโดยเฉพาะ
เอกสารสำคัญที่ควรขอและตรวจสอบ
- หนังสือรับรองบริษัท จาก DBD ยืนยันการจดทะเบียนตามกฎหมาย รายชื่อกรรมการ และโครงสร้างผู้ถือหุ้น
- ใบอนุญาตอาคารชุด (สำหรับโครงการคอนโดมิเนียม) ออกโดยกรมที่ดินตามพระราชบัญญัติอาคารชุด
- ใบอนุญาตก่อสร้าง (อ.1) ยืนยันว่าอาคารได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างบนที่ดินแปลงนั้น
- การอนุมัติรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) จากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ซึ่งบังคับสำหรับโครงการคอนโดมิเนียมตั้งแต่ 80 ยูนิตขึ้นไป หรือมีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 4,000 ตารางเมตรขึ้นไป (onep.go.th)
- โฉนดที่ดิน ของที่ดินที่ตั้งโครงการ ยืนยันว่าผู้พัฒนาถือกรรมสิทธิ์ที่สะอาด ไม่มีภาระผูกพันหรือการจำนองที่ไม่ได้เปิดเผย
ผู้พัฒนาที่ไม่สามารถแสดงเอกสารเหล่านี้เมื่อร้องขอ หรือส่งสำเนาที่ไม่สามารถตรวจสอบเทียบกับบันทึกทางการได้ กำลังส่งสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดให้คุณชะลอไว้ก่อน
การตรวจสอบโฉนดที่ดินและกรรมสิทธิ์ทำอย่างไร
การยืนยันว่าผู้พัฒนาเป็นเจ้าของที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นคนละขั้นตอนกับการตรวจสอบการจดทะเบียนบริษัท และเป็นขั้นตอนที่ผู้ซื้อมักข้ามไป ที่ดินในประเทศไทยมีเอกสารสิทธิ์หลายระดับ และมีเพียงโฉนดที่ดิน (น.ส.4) เท่านั้นที่ให้กรรมสิทธิ์เต็มรูปแบบพร้อมขอบเขตที่กำหนดไว้ชัดเจน
โฉนดที่ดินตรวจสอบได้ที่สำนักงานที่ดินในพื้นที่ โดยเจ้าของหรือผู้รับมอบอำนาจ (dol.go.th) การตรวจสอบจะยืนยัน
- ใครคือเจ้าของที่จดทะเบียนอยู่ในปัจจุบัน
- มีการจำนอง สิทธิยึดหน่วง หรือข้อเรียกร้องทางกฎหมายบันทึกไว้กับที่ดินแปลงนั้นหรือไม่
- ขอบเขตที่ดินตรงกับที่ผู้พัฒนาแสดงไว้ในสื่อการตลาดหรือไม่
หากผู้พัฒนายังไม่ได้ชำระสินเชื่อก่อสร้างที่ใช้ที่ดินเป็นหลักประกัน การจำนองนั้นจะปรากฏในโฉนด เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้ดีลล้มเสมอไป แต่ผู้ซื้อต้องเข้าใจว่าสินเชื่อจะปลดจำนองอย่างไรก่อนที่กรรมสิทธิ์ห้องชุดของตนจะถูกโอน
สัญญาณเตือนที่ควรสังเกต
คำถามที่ยากกว่าคือ พฤติกรรมหรือช่องว่างทางเอกสารแบบไหนที่ควรทำให้คุณชะลอและถามเพิ่มเติม นี่คือสัญญาณที่พบบ่อยที่สุด
| สัญญาณเตือน | เหตุผล |
|---|---|
| ขอให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว | ผู้พัฒนาที่ถูกต้องรับเงินเข้าบัญชีบริษัทที่จดทะเบียน บัญชีส่วนตัวไม่มีการคุ้มครองตามสัญญาใด ๆ |
| ไม่มีการอนุมัติ EIA ในโครงการที่ต้องมี | การก่อสร้างอาจถูกระงับหรือถูกโต้แย้งโดยหน่วยงานรัฐได้ทุกเมื่อ |
| บริษัทที่เพิ่งจดทะเบียนและมีทุนจดทะเบียนต่ำ | ความสามารถทางการเงินไม่พอที่จะสร้างโครงการให้เสร็จหากยอดขายชะลอตัว |
| ไม่มีโครงการที่สร้างเสร็จในพอร์ตของผู้พัฒนา | ไม่มีประวัติผลงาน หมายถึงไม่มีหลักฐานว่าสร้างเสร็จจริงได้ |
| เอกสารสิทธิ์ที่ดินต่ำกว่าระดับโฉนด | เอกสารสิทธิ์ระดับต่ำกว่ามีข้อจำกัดในการโอนและสิทธิความเป็นเจ้าของ |
การทดสอบเชิงปฏิบัติอย่างหนึ่ง คือขอให้ผู้พัฒนาพาไปดูโครงการที่เขาสร้างเสร็จแล้ว ควรเป็นในภูเก็ต และพูดคุยกับผู้ซื้อที่ซื้อห้องในโครงการนั้น ผู้พัฒนาที่มีประวัติดีจะยินดีแนะนำให้
Undersun Estate ตรวจสอบอย่างไร
ผู้ซื้อชาวต่างชาติส่วนใหญ่ไม่มีเครือข่ายในพื้นที่หรือความสามารถทางภาษาไทยที่จะอ่านเอกสารเหล่านี้จากต่างประเทศ ตรงนี้เองที่การตรวจสอบของบริษัทตัวแทนเข้ามามีบทบาท
Undersun Estate ขอเอกสารครบชุดโดยตรงจากผู้พัฒนาโครงการสำหรับทุกโครงการก่อนนำเสนอต่อผู้ซื้อ และตรวจสอบภายในบริษัท
- การจดทะเบียน DBD และหนังสือรับรองบริษัทของผู้พัฒนา ตรวจเทียบกับข้อมูลสาธารณะของ DBD
- ใบอนุญาตอาคารชุดของโครงการ
- ใบอนุญาตก่อสร้างและสถานะการอนุมัติ EIA ของโครงการนั้นโดยเฉพาะ
- สำเนาโฉนดที่ดินของที่ตั้งโครงการ ตรวจหาภาระผูกพันที่ไม่ได้เปิดเผย
- พอร์ตโครงการที่สร้างเสร็จแล้วและประวัติการส่งมอบของผู้พัฒนา
- สัญญาซื้อขายก่อนที่ผู้ซื้อจะลงนาม โดยให้ความสำคัญกับเงื่อนไขการชำระเงินตามงวด ข้อกำหนดค่าปรับ และเงื่อนไขการโอนกรรมสิทธิ์
การที่ผู้พัฒนาไม่สามารถหรือไม่ยอมให้เอกสารใดเอกสารหนึ่งเหล่านี้ ถือเป็นสัญญาณเตือนในตัวเอง และโครงการนั้นจะไม่ถูกนำเข้าสู่รายการคัดเลือก
การตรวจสอบมาตรฐานนี้แยกจากการทำ due diligence อย่างเป็นทางการ ในกรณีที่ธุรกรรมต้องการการตรวจสอบทางกฎหมายเชิงลึก เช่น โครงสร้างการถือครองที่ซับซ้อน หรือข้อสัญญาที่ต้องการความเห็นทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ Undersun Estate จะประสานสำนักงานกฎหมายพันธมิตรที่ให้บริการ due diligence เต็มรูปแบบในรูปแบบบริการแยกต่างหากที่มีค่าใช้จ่าย ทั้งสองระดับถูกแยกออกจากกันอย่างตั้งใจ การตรวจสอบมาตรฐานจับปัญหาด้านเอกสารได้เป็นส่วนใหญ่ ส่วนการตรวจสอบทางกฎหมายเชิงลึกมีไว้สำหรับกรณีที่จำเป็น
ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้ง Phuket Property Association และพันธมิตรของ Phuket Real Estate Association บริษัทยังรักษาความสัมพันธ์โดยตรงกับผู้พัฒนาโครงการทั่วเกาะ ซึ่งทำให้สามารถยืนยันสถานะโครงการได้โดยตรงกับผู้พัฒนาโครงการเอง
สำหรับด้านสัญญาของการซื้อ ดูคู่มือของเราเรื่องสิบเอ็ดกับดักในสัญญาของผู้พัฒนาโครงการ ส่วนกระบวนการซื้อตั้งแต่ต้นจนจบ ดูได้ที่เช็กลิสต์การซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย
เกี่ยวกับ Undersun Estate
Undersun Estate เป็นบริษัทตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในภูเก็ต ทีมงานทำงานบนเกาะมาตั้งแต่ปี 2563 เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Phuket Property Association และเป็นพันธมิตรกับ Phuket Real Estate Association (P-REA) ซึ่งเป็นสมาคมวิชาชีพด้านอสังหาริมทรัพย์ของจังหวัดภูเก็ต พร้อมความสัมพันธ์โดยตรงกับผู้พัฒนาโครงการทั่วเกาะ บริษัทดูแลธุรกรรมทั้งหมดภายในองค์กร ตั้งแต่การตรวจสอบผู้พัฒนาและการตรวจสัญญา ไปจนถึงการสนับสนุนการจดทะเบียนที่กรมที่ดิน ทำงานจากระยะไกลได้เต็มรูปแบบสำหรับผู้ซื้อที่ไม่สามารถเดินทางมาประเทศไทย และให้บริการเป็นภาษาอังกฤษ รัสเซีย ยูเครน และไทย
กำลังพิจารณาผู้พัฒนาโครงการรายใดรายหนึ่งอยู่หรือไม่ ส่งชื่อโครงการมาทาง WhatsApp หรือผ่านแบบฟอร์มในหน้านี้ แล้วเราจะตรวจเอกสารให้ก่อนที่คุณจะลงนามอะไร
แหล่งข้อมูล
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงพาณิชย์ (dbd.go.th)
- คลังข้อมูลธุรกิจ DBD DataWarehouse: ค้นหาข้อมูลจดทะเบียนบริษัท (dbd.go.th)
- กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย (dol.go.th)
- สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) (onep.go.th)
คำถามที่พบบ่อย
ผู้ซื้อชาวต่างชาติสามารถถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดในภูเก็ตได้เต็มรูปแบบหรือไม่
ได้ ชาวต่างชาติสามารถถือกรรมสิทธิ์ได้สูงสุด 49% ของพื้นที่ห้องชุดทั้งหมดที่จดทะเบียนไว้ในอาคาร ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด ส่วนบ้านพร้อมที่ดินหรือห้องชุดที่เกินโควตา แนวทางมาตรฐานคือการเช่าระยะยาว
โควตาต่างชาติคืออะไร และจะตรวจสอบว่ายังเหลืออยู่หรือไม่ได้อย่างไร
โควตาต่างชาติคือเพดาน 49% สำหรับการถือกรรมสิทธิ์ของชาวต่างชาติในอาคารชุดแต่ละแห่ง โควตาที่เหลือของโครงการนั้น ๆ ยืนยันได้จากผู้พัฒนาโครงการ และ Undersun Estate จะตรวจสอบก่อนนำเสนอโครงการใดต่อผู้ซื้อ
ทุกโครงการในภูเก็ตต้องมี EIA หรือไม่
ไม่ EIA บังคับสำหรับโครงการคอนโดมิเนียมตั้งแต่ 80 ยูนิตขึ้นไป หรือมีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 4,000 ตารางเมตรขึ้นไป โครงการที่เล็กกว่านั้นไม่เข้าข่าย สำหรับโครงการที่เกินเกณฑ์ดังกล่าว การอนุมัติ EIA เป็นส่วนหนึ่งของชุดเอกสารมาตรฐานที่ผู้พัฒนาควรแสดงได้
การโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดินใช้เวลานานเท่าไร
หากเอกสารครบถ้วนและชำระภาษีและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องแล้ว ขั้นตอนมักใช้เวลาหนึ่งถึงสามชั่วโมงในวันที่นัดหมาย และจะได้รับโฉนดฉบับปรับปรุงในชื่อผู้ซื้อทันที
ซื้อให้เสร็จสิ้นได้โดยไม่ต้องเดินทางมาประเทศไทยหรือไม่
ได้ ธุรกรรมทั้งหมดดำเนินการจากระยะไกลได้ รวมถึงการจอง การลงนามสัญญาผ่านหนังสือมอบอำนาจ และการประสานงานการชำระเงิน Undersun Estate ดูแลกระบวนการนี้ให้ผู้ซื้อจากต่างประเทศเป็นบริการมาตรฐาน
จะเกิดอะไรขึ้นหากผู้พัฒนาโครงการล้มละลายระหว่างก่อสร้าง
นี่คือความเสี่ยงที่การตรวจสอบเอกสารและประวัติมีไว้เพื่อจัดการก่อนที่คุณจะผูกพัน ปัจจัยที่สำคัญคือทุนจดทะเบียนของผู้พัฒนา ระยะการก่อสร้างที่ทำไปแล้ว และเงื่อนไขในสัญญาที่ครอบคลุมกรณีผิดนัด การตรวจสอบมาตรฐานของ Undersun Estate จะประเมินฐานะทางการเงินและประวัติการส่งมอบของผู้พัฒนาก่อนที่โครงการจะเข้าสู่รายการคัดเลือก
Undersun Estate คิดค่าบริการตรวจสอบเหล่านี้จากผู้ซื้อหรือไม่
ไม่คิด ผู้ซื้อไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ สำหรับการค้นหาทรัพย์และการดูแลธุรกรรม และการตรวจสอบเอกสารมาตรฐานเป็นส่วนหนึ่งของวิธีคัดกรองทุกโครงการก่อนเข้าสู่รายการคัดเลือก ส่วน due diligence ทางกฎหมายเต็มรูปแบบ ในกรณีที่จำเป็น สำนักงานกฎหมายพันธมิตรจะเป็นผู้ดำเนินการในรูปแบบบริการแยกต่างหาก
ต้องการคำปรึกษาเรื่องอสังหาริมทรัพย์หรือไม่?
ไปยังแคตตาล็อก